เข้าใจผิดมาตลอด!! ช่วงเวลาที่เหมาะกับการดื่มกาแฟมากที่สุด รู้แล้ว เปลี่ยนเวลาเลย!!

   

    หลายคนคงพฤติกรรมการดื่มกาแฟยามเช้าก่อนไปทำงาน และดื่มกาแฟแก้ง่วงช่วงบ่าย  พฤติกรรมเหล่านี้มีทั้งผลดีและผลเสีย แต่สำหรับใครที่มีกาแฟเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน วันนี้ ดาราท็อป จะพาเพื่อนๆมาดูคำตอบว่า การดื่มกาแฟที่ถูกต้อง นั้น ควรทำอย่างไร?  นักวิทยาศาสตร์เองก็สงสัยเรื่องนี้ และพยายามศึกษาว่าเหตุผลหรือคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่แท้จริงอยู่ตรงไหน

    หลังจากเราตื่นนอน สารเคมีที่ชื่อว่า แอเดโนซีน (adenosine) จะทยอยเข้าไปสะสมในสมองตลอดทั้งวัน เมื่อมีปริมาณพอสมควร มันจะเข้าไปจับรวมกันแล้วส่งผลให้สมองทำงานช้าลงตามธรรมชาติ นี่คือสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยในช่วงเลิกงาน แต่เมื่อไม่สามารถงีบหลับในช่วงบ่ายได้ หลายคนจึงมักหากาแฟสักถ้วยให้ตัวเอง เพราะในทางเคมี คาเฟอีน ก็คือสารที่มีลักษณะคล้ายแอเดโนซีนนั่นเอง

    เมื่อดื่มกาแฟเข้าไป โมเลกุลคาเฟอีนจะเข้าไปยังสมอง โดยจะแข่งกับแอเดโนซีนที่ร่างกายหลั่งออกมาเพื่อเข้าจับกับตัวรับสัญญาณสมอง แอเดโนซีนทั้งหมดจึงไม่ได้เข้าไปยังสมองตามปกติ นี่เป็นเหตุผลทำให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น แม้ร่างกายจะพยายามส่งสัญญาณว่าได้เวลาพักแล้ว

    แต่หลังจากนั้น เมื่อร่างกายตรวจจับได้ว่านี่เป็นการลวงสมองด้วยคาเฟอีน กาแฟแก้วเดียวอาจเริ่มไม่เพียงพอจะทำให้ฝืนหนังตาเอาไว้ได้ หลายคนจึงจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณกาแฟขึ้นไปเรื่อยๆ ตามอัตราความง่วง

    เวลาใดเป็นเวลาเหมาะสมที่ร่างกายควรได้รับคาเฟอีนที่สุด งานนี้นักวิทยาศาสตร์มีคำตอบ

    ฮอร์โมนจากสมองอีกตัวหนึ่งที่มีบทบาทในเรื่องนี้ คือ คอร์ติซอล (cortisol) หรือที่รู้จักกันในนามฮอร์โมนแห่งความเครียด มันคือสารที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อให้เตรียมพร้อม ซึ่งจะเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อเราเครียด หรือรู้สึกว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย

    ส่วนที่ควบคุมและคอยปล่อยสารคอร์ติซอลคือ นาฬิกาภายในร่างกาย (circadian rhythm) ส่วนใหญ่เราจะมีปริมาณคอร์ติซอลมากที่สุดระหว่างเวลา 8.00-9.00น. นั่นก็หมายความว่า การดื่มกาแฟในตอนเช้าของเราจะทำงานซ้ำซ้อนกับการที่ร่างกายปล่อยสารคอร์ติซอลออกมาตามธรรมชาติ ในทางวิทยาศาสตร์ถือว่า ไม่ได้ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวขึ้นเป็น 2 เท่าแต่อย่างใด

    อีก 2 ช่วงเวลาที่ร่างกายจะผลิตคอร์ติซอลสูงสุด คือ ระหว่างเวลา12.00-13.00น. และ 17.30-18.30น. เพื่อไม่ให้กาแฟทำงานซ้ำซ้อนกับฮอร์โมนคอร์ติซอล จึงควรเว้นการดื่มกาแฟในช่วงเวลาดังกล่าว

    ทั้งนี้ หากระดับคอร์ติซอลสูงมาก ๆ เป็นเวลานาน ปัญหาที่ตามมาก็คือ การทำงานของสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ ความจำ ทำให้การทำงานของสมองส่วนนี้จะลดลง เซลล์ประสาท แขนงประสาทจะลดลง รวมทั้งไปขัดขวางเซลล์ใหม่ ๆ ที่มีการสร้างขึ้นด้วย

    ในกรณีที่คุณตื่นเช้ากว่าปกติ นาฬิกาในตัวจะผลิตคอร์ติซอลเพิ่มขึ้นประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ นักวิทยาศาสตร์จึงแนะนำว่าควรรออีกสัก 1 ชั่วโมง ค่อยเริ่มต้มกาแฟดื่ม

    ส่วนเวลาที่ควรงดกาแฟเพราะอาจส่งผลต่อการนอนของคุณ ทีมศึกษา ‘Caffeine Effects on Sleep Taken 0, 3, or 6 hours Before Going to Bed’ โดย ดร.คริสโตเฟอร์ เดรค ศูนย์วิจัยด้านการนอน (Sleep Disorders & Research Center) โรงพยาบาลเฮนรีฟอร์ด สหรัฐ ก็ได้คำตอบมาแล้วว่า ควรนับย้อนมาจากเวลานอนของคุณ 6 ชั่วโมง

ขอขอบคุณ : kapook , dailynews ,tpa

loading...
0
0
0
1500*2 29 เย็น