7 อาชีพเสริมต้นทุนต่ำ กำไรเพียบ อยากรวย ต้องดู!!

   

    ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจ ทำให้หลายคนมองหาอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้อีกช่องทางหนึ่ง การมีรายรับมากกว่า 1 ทางจึงเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน วันนี้ดาราท็อปมี7อาชีพเสริมต้นทุนต่ำ มาแนะนำ ถ้าทำดีๆอาจรวยไม่รู้ตัว จะมีอาชีพอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

1.ลงทุนขายสลัดโรล

มีเงิน 3,000 บาทลงทุนขายสลัดโรลให้ประสบความสำเร็จ 1.หาแหล่งซื้อวัตถุดิบที่ดีราคาถูก 2.ศึกษาตลาด/กลุ่มเป้าหมาย/ความต้องการของลูกค้า 3.หาแหล่งขายสินค้า เช่น หน้ามหาวิทยาลัย/หอพัก/ตลาด/บริษัท 4.เรียนรู้เรื่องการทำก๋วยเตี๋ยวลุยสวน และน้ำจิ้มให้อร่อย

เทคนิคการขาย : การลงทุนทำสลัดโรลขาย ต้องคำนวณรายจ่ายก่อน เช่นมีงบ 3,000 บาท ซื้อกล่องใส่ 200 บาท ซื้อวัตถุดิบไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งสลัดโรลใช้ค่าใช้จ่ายไม่เยอะ ดังนั้น ถ้าสลัดโรลในราคากล่องละ 40 บาท ขายได้ 300 กล่อง เป็นเงิน 12,000 บาท ถ้าเอาไปฝากขายหน้าร้านทั่วไปอีก รับรองรายได้ไม่ใช่แค่ 12,000 บาท ชัวร์

2.ลงทุนขายแซนวิซใส้ต่างๆ

มีเงิน 3,000 บาท ลงทุนขายแซนวิซให้ประสบความสำเร็จ 1.หาแหล่งซื้อวัตถุดิบทั้งขนมปัง ผัก แฮม เนื้อสัตว์ ไข่ เป็นต้น 2.เรียนรู้การทำแซนวิซที่หลากหลายรูปแบบ 3. ศึกษาตลาดและกลุ่มเป้าหมาย 4.หาแหล่งขายแซนวิส เช่น หน้าโรงเรียน/โรงงาน/บริษัท/ป้ายรถเมล์/ใต้บีทีเอส เป็นต้น

เทคนิคการขาย : เมื่อคุณเรียนรู้วิธีการทำแซนวิสหลายหน้า หลายรูปแบบ ให้ตั้งราคาตามคุณภาพและขนาดของแซนวิส พร้อมทั้งต้องตั้งราคามากกว่าต้นทุน 5-10 บาท อาจจะขายในราคาชิ้นละ 15 บาท 20 บาท เป็นต้น ดังนั้นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การขายมากที่สุดคือ ช่วงเช้า และตอนเย็น ส่วนต้นทุนนั้นไม่มาก ลงทุนแค่ 1,500 บาทก็เอาอยู่ ถ้าคุณขายได้ 500 ชิ้น/วัน จะเป็นจำนวนเงิน 7,500 บาท แต่ถ้าคุณสามารถขายส่งตามโรงเรียนและสถานที่ทำงานได้ ออร์เดอร์วัน ๆ หนึ่ง ทำรายได้ให้คุณเหยียบหมื่นชัวร์

3.ลงทุนขายโชยุยากิ(ผัดมาม่าญี่ปุ่น)

มีเงิน 3,000 บาท ลงทุนขายโชยุยากิให้ประสบความสำเร็จ 1.หาแหล่งซื้อวัตถุดิบ 2.ศึกษาตลาดและความต้องการของลูกค้า 3.เรียนรู้การทำโชยุยากิที่อร่อย 4.หาแหล่งขายสินค้าที่เหมาะสม เช่น ตลาดนัดตอนเย็น/หน้าโรงงาน/บริษัท เป็นต้น

เทคนิคการขาย : การทำผัดโชยุยากิคุณสามารถขายได้ในราคาห่อละ 15-20 บาท และถ้าคุณสามารถผัดได้หลากหลายเมนู เช่น เส้นหมี่ขาว หมี่เหลือง เส้นใหญ่ เป็นต้น ได้ก็ยิ่งดี เพื่อเพิ่มทางเลือกให้มากขึ้น ส่วนวัตถุดิบเครื่องเคียงเป็นผักและลูกชิ้น ฯลฯ โดยต้นทุนใช้ไม่มาก แค่ 1,000 บาทก็เอาอยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าคุณขายได้ 500 ห่อในราคา 15 บาท เป็นจำนวนเงิน 7,500 บาท แต่ถ้าขยายสาขาเป็น 2 สาขา รายได้10,000++ชัวร์

4.ลงทุนขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง

มีเงิน 3,000 บาทลงทุนขายข้าวเหนียวหมูปิ้งให้ประสบความสำเร็จ 1.หาแหล่งตลาดซื้อวัถุดิบ 2.เรียนรู้สูตรการทำหมูปิ้งที่อร่อย 3.หาอุปกรณ์เตาปิ้งขนาดเล็ก-กลาง(สามารถผลิตขึ้นมาเองได้) 4.ศึกษาตลาดและความต้องการของลูกค้า

เทคนิคการขาย : อันดับแรกก่อนจ่ายตลาด คุณต้องคำนวณต้นทุน โดยตั้งงบ 3,000 บาท ห้ามเกิน ห้ามขาด เด็ดขาด ซึ่งค่าใช้จ่ายหลัก ๆ คือ เนื้อหมู ไม้เสียบ ข้าวเหนียว และถุงใส่ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ส่วนเตาปิ้งคุณสามารถผลิตเองได้ โดยต้องศึกษาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ดังนั้น ถ้าคุณสามารถขายได้ 200 ไม้ ในราคาไม้ละ 10 บาท เป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท ราคาเข้าเหนียวถุงละ 10 บาท ขายได้ 100 ถุง เป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท รวมเป็นรายได้ทั้งหมด 3,000 บาท ถ้าขายสองรอบ มีรายได้ทั้งหมด 6,000 บาท แต่ถ้าคุณลงทุนเพิ่มขึ้น ขยายสาขาออกเป็น 2-3 สาขา รายได้12,000++แน่นอน

5.ลงทุนขายลูกชิ้นทอด

มีเงิน 3,000 บาทลงทุนขายลูกชิ้นทอดให้ประสบความสำเร็จ 1.หาแหล่งรับซื้อลูกชิ้นราคาส่งและราคาถูกตามท้องตลาด 2.เลือกลูกชิ้นหลาย ๆ ประเภท เช่น ลูกชิ้นปลา ปูอัด เอ็นไก่ เอ็นหมู แฮม หรือลูกชิ้นเนื้อ เป็นต้น 3.เรียนรู้วิธีการทอดลูกชิ้น เพื่อไม่ให้เกิดการไหม้ หรือน้ำมันเยอะจนเกินไป 4.เรียนรู้การทำสูตรน้ำจิ้มที่อร่อย 5.หาแหล่งตลาดขายสินค้า

เทคนิคการขาย : หากคุณลงทุนซื้อลูกชิ้นมาขายในราคา 1,500 บาท เสียบลูกชิ้นไม้ละ 4-5 ลูกตามความเหมาะสม ขายในราคาไม้ละ 5-10 บาท พร้อมลงทุนซื้อเครื่องปรุงทำน้ำจิ้ม 500 บาท ซื้อถุงใส่ลูกชิ้น 200 บาท รายจ่ายทั้งหมดคือ 2,200 บาท เหลือเก็บไว้สำหรับทอนลูกค้า 900 บาท นอกจากนี้ลูกชิ้นสามารถนำไปยำเพื่ออัพราคาขายได้อีกด้วย ถ้าในหนึ่งวันขาย 2 รอบ เช้า-เย็น รับรองรวยเละ ไม้ละ 5X 500 ไม้= 2,500 บาท (รายได้จากการขาย) ขายรอบเย็นได้เงินอีก 2,500+2,500=5,000 บาท ไม่รวยคราวนี้จะให้รวยเมื่อไรล่ะ

6.ลงทุนขายข้าวไข่เจียว

มีเงิน 3,000 บาทลงทุนขายข้าวไข่เจียวให้ประสบความสำเร็จ 1.หาแหล่งซื้อวัตถุดิบ ข้าวสวย ไข่ไก่ น้ำมัน ผัก เนื้อสัตว์ และอุปกรณ์การปรุงรส (น้ำปลา ผงชูรส รสดี เป็นต้น) 2.ศึกษาตลาด 3.เรียนรู้วิธีการทอดไข่เจียวหลาย ๆ รูปแบบ เช่น ไข่เจียวหมูสับ ไข่เจียวรวมมิตรผัก ไข่เจียวทูน่า หรือไข่เจียวพริกเผา เป็นต้น 4.หาแหล่งตลาดขายข้าวไข่เจียว

เทคนิคการขาย : ให้เลือกตลาดที่ติดกับโรงเรียน ชุมชน โรงงาน และบริษัทห้างร้านต่าง ๆ เลือกเวลาขายในช่วงกลางวัน หลังเลิกงาน และกลางดึก เพราะเป็นเวลาที่กลุ่มลูกค้ามักหาข้าวกิน ส่วนเงินลงทุนแค่พันกว่าบาทก็อยู่แล้ว แต่คุณต้องคำนวณค่าใช้จ่าย+แหล่งตลาดที่ซื้อวัตถุดิบก่อนจับจ่ายสินค้าเสมอ ถ้าคุณขายเข้าไข่เจียวในราคา 20-25 บาท สามารถขายได้ 100 จาน เป็นเงิน 2,500 บาท แต่เชื่อเถอะขายได้มากกว่า 100 จานชัวร์

7.ลงทุนขายซูชิ

มีเงิน 3,000 บาทลงทุนขายซูชิให้ประสบความสำเร็จ 1.หาแหล่งซื้อวัตถุดิบ ข้าวญี่ปุ่น กุ้ง ไข่ ปูอัด ปลาแซลมอนแครอท ไข่ปลาสาหร่าย และอุปกรณ์การปรุงรส (น้ำตาล เกลือ น้ำส้มสายชูญี่ปุ่น ซอสโชยุ วาซาบิ เป็นต้น) 2.ศึกษาตลาด 3.เรียนรู้วิธีการทำซูชิหลาย ๆ รูปแบบ เช่น ซูชิหน้าแซลมอน ซูชิหน้าไข่กุ้ง ซูชิหน้าปูอัด หรือซูชิหน้าสาหร่ายเย็น เป็นต้น 4.หาแหล่งตลาดขายซูชิ

เทคนิคการขาย : ให้เลือกตลาดที่ติดกับโรงเรียน ชุมชน โรงงาน บริษัทห้างร้านต่าง ๆ และหน้าโรงพยาบาล เลือกเวลาขายในช่วงหลังเลิกเรียน/งาน  เพราะเป็นเวลาที่กลุ่มลูกค้ามักหาข้าวกิน ส่วนเงินลงทุนประมาณ2,500 แต่คุณต้องคำนวณค่าใช้จ่าย+แหล่งตลาดที่ซื้อวัตถุดิบก่อนจับจ่ายสินค้าเสมอ ถ้าคุณขายซิชิในราคา 10 บาท สามารถขายได้ 400 ชิ้น เป็นเงิน 4,000 บาท ขยายสาขาออกเป็น 2-3 สาขา รายได้12,000++/วันแน่นอน

0
0
0